| |
|
"ผิวหน้าขาวใส"จัดเป็นความต้องการอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักความสวยงามไม่ว่าเพศไหน
วัยไหน เป็นค่านิยมที่ฮิตติดเทรนด์ ยิ่งไม่มีสิว ฝ้า กระ รอยด่างดำ แผลเป็น
รอยหลุม
จึงเป็นยอดปรารถนาเป็นอย่างยิ่งโดยถือ
ว่าหน้าตาจะอย่างไร
แต่ถ้าผิวขาวเนียนใสก็มีชัยไปกว่าครึ่ง
สำหรับความประทับใจตั้งแต่แรกพบ
แล้ว ฝ้า เกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะ ตามปกติแล้วผิวหนังชั้นล่างสุดของหนังแท้จะมี
เซลล์ที่ชื่อว่าเมลาโนไซด์
(Melanocyte) อาศัยอยู่
ซึ่งเซลล์ที่ว่านี้มีหน้าที่
สร้างเม็ดสีเมลานิน(Melanin)
แล้วส่งเม็ดสีไปตามแขนของเซลล์ที่ยื่นออก
มาให้กับเซลล์ผิวหนังชั้นกำพร้า
เม็ดสีหรือเมลานินนี้จะทำหน้าที่กรองแสง UV
ไม่ให้
ทะลุผ่านมาทำลายเนื้อเหยื่อของผิวหนัง
ถ้ามีปัจจัยอะไรก็ตามที่มากระตุ้นให้
เซลล์สร้างเม็ดสีมีขนาดใหญ่
ขึ้นหรือแขนของเซลล์สร้างเม็ดสีเพิ่มจำนวนมากขึ้น
และทำให้มีการกระจายเม็ดสีเข้าสู่เซลล์ผิวหนังกำพร้าได้มากขึ้น
อาจทำให้เป็นรอยฝ้าได้ฝ้ากับกระต่างกันอย่างไร
ฝ้า
มีลักษณะเป็นแผ่นสีน้ำตาลอ่อน
หรือสีน้ำตาล
เข้ม
มักพบได้บริเวณโหนกแก้ม
ทั้ง 2 ข้าง สันจมูก หน้าผาก และบริเวณเหนือริมฝีปาก
ถ้าเป็นแผ่นปื้นขนาด
ใหญ่
มีสีออกเขียวคล้ำๆที่โหนกแก้มด้านเดียวใต้ตา และลูกนัยต์ตาขาว
ก็อาจเป็นปาน
ชนิดหนึ่ง
พบในผู้หญิง
มากกว่าผู้ชาย
และมักพบในวัยกลางคนอายุประมาณ
30-40 ปี
ส่วนกระนั้นจะมีลักษณะเป็นจุดเล็กๆกระจาย
อยู่ทั่วใบหน้า
ถ้าเราลองเอามือลูบฝ้าหรือกระดู ก็จะไม่พบรอยนูนขึ้นมาเรามารู้จักชนิดของฝ้ากัน
โดยทั่วไปแล้ว ฝ้า แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ
1.ฝ้าชนิดตื้น (Epidermal type) เป็นฝ้าที่อยู่ในชั้นหนังกำพร้า ลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาล
มีขอบเขตชัดเจน
2.ฝ้าชนิดลึก (Dermal type) เป็นฝ้าที่อยู่ในชั้นหนังแท้ มีลักษณะเป็ยปื้นสีเทาแกมน้ำเงินอ่อนๆ
ขอบเขต
ไม่ชัดเจน รักษาได้ยาก
3.ฝ้าแบบผสม (Compound type) มีทั้งฝ้าชนิดตื้นและลึกผสมกัน
สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าที่สำคัญของคนในบ้านเราก็คือ
1.แสงแดดนั่นเอง เมืองไทยเราเป็นเมืองร้อน
แดดจึงอยู่ในระดับที่แรงถึงแรง
มากและนับวันก็ยิ่งร้อนมากขึ้นทุกปี ความร้อนก็เป็นสาเหตุใหญ่เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นไอร้อนจากแดด ความร้อนจากเตาไฟ ก็เป็นสาเหตุของ
การเกิดฝ้าเช่นเดียวกัน
2.ฮอร์โมน
ถือว่าเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ
ซึ่งระดับการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอาจเกิดจากการตั้งครรภ์
อยู่ในวัย
หมดประจำเดือน หรือรับประทานยาคุมกำเนิด
บางรายอาจเกิดจากการ
ใช้เครื่องสำอางที่มีฮอร์โมนผสมอยู่
3.ผิวแห้งขาดการบำรุง มีโอกาสเป็นฝ้าได้ง่ายกว่าคนผิวมัน เพราะเมื่อขาดสมดุลของน้ำหล่อเลี้ยงผิว และ lipid ที่เคลือบคลุมผิวมีน้อย ผิวจะอ่อนแอและบางลง ทำให้ผิวไวต่อรังสีอุลตร้าไวโอเลตมากขึ้น
4.เครื่องสำอาง การแพ้ส่วนผสมของเครื่องสำอางบางชนิด เช่น น้ำหอม สารกันเสีย ก็ทำให้เกิดรอยดำแบบฝ้าได้
5.พันธุกรรม เชื่อว่าพันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดฝ้า มีรายงานว่า ถ้าคนในครอบครัวเป็นฝ้า โอกาสที่คนในครอบครัวเดียวกันจะเป็นฝ้ามีถึง 30-50% และคนเอเชียมักเป็นฝ้ามากกว่า
การป้องกันการเกิดฝ้า
ฝ้าเป็นโรคทางผิวหนัง เมื่อเป็นแล้วมักจะใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนาน ไม่ค่อยหายขาด
โดยเฉพาะ
ฝ้าลึก และมีโดกาสกลับมาเป็นฝ้าได้อีก เนื่องจากปัจจัยหลายอย่างและสาเหตุข้างต้น
ซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก
ดังนั้นการป้องกันการเกิดฝ้า จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนี้
1.โฟมล้างหน้า หรือเจลล้างหน้า
ควรเลือกล้างหน้าด้วยโฟมหรือเจล
ที่เหมาะสมกับผิวแห้ง เพื่อป้องกันมิให้ผิวแห้งมากขึ้น
2.ครีมกันแดด ถือว่าเป็นเครื่องสำอางพื้นฐานที่ต้องใช้ตลอดเวลา เนื่อจากมีการวิจัยแล้วว่า แสงแดดนอกจากทำให้เกิดฝ้าแล้ว
ยังทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยด้วย การเลือกใช้ครีมกันแดด
นอกจากจะต้องเหมาะ
กับผิวแล้ว ควรคำนึงถึงประสิทธิภาพของสารกันแดดด้วย ค่า SPF เท่าใด (ค่าสารกันแดดที่ป้องกันรังสียูวีบี) และค่า PA เท่าไหร่ (ค่าสารกันแดดที่ป้องกันรังสียูวีเอ) สำหรับผู้ที่เป็นฝ้าควรเลือกครีม
กันแดดที่มีค่า SPF>25 และค่า PA++ เป็นอย่างน้อย และควรมีส่วนผสมของครีมบำรุงร่วมด้วย
3.ครีมบำรุงผิว การบำรุงหน้าตั้งแต่วัยเยาว์ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี การเลือกครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ ซี อีพบว่ามีส่วนช่วยในการป้องกันฝ้า และริ้วรอยได้ด้วย
4.โภชนาการและยาบำรุง ควรรับประทานผัก ผลไม้ ที่มีคุณค่าทางวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินซี เพราะพบว่านอกจากป้องกันการเกิดโรคหวัดแล้ว ยังใช้รักษาฝ้าได้ด้วย
แพทย์อาจแนะนำให้รับทาน
วิตามินซี (เม็ด)วันละ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ควบคู่กับวิตามินอี 1,200 ยูนิตต่อวัน
ผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อผิวหน้าขาวกระจ่างใส
"เจนนี่" ขอแนะนำชุด
Duo Bright เซรั่มเข้มข้น
ที่รวมสารสกัดเพื่อความขาวกระจ่างใสจากเทือก
เขาแอลป์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กว่า 6 ชนิด
ช่วยยับยั้งการสร้าง
เม็ดสีเมลานินอันเป็นสาเหตุของการเกิด ฝ้า กระและจุดหมองคล้ำทำให้คุณเผย
ผิวขาวกระจ่างใสในเวลาเพียง
2 สัปดาห์ และ Nano Bright Day Emulsion ที่มีสารสกัดธรรมชาติกว่า 6
ชนิดจากเทือกเขาแอลป์
ที่มอบความขาวกระจ่างใสผนวกล้ำเลิศ
นาโนเทคโนโลยีที่ทำให้โมเลกุลมีขนาดเล็กจนสามารถแทรกซึมลง
สู่ผิวอย่างรวดเร็วอีกทั้งมีสารกันแดด SPF30
ที่ให้คุณมั่นใจได้ว่า
ผิวหน้าได้รับการปกป้องจากมลภาวะและรังสี UV และยังป้องกันการเกิดใหม่ของ ฝ้า กระ ได้ตลอดทั้งวัน
|