หน้าแรก ผลิตภัณฑ์  ดัชนีความงาม ภาพกิจกรรม  ตัวแทนจำหน่าย-สั่งซื้อสินค้า สมัครตัวแทนจำหน่าย ติดต่อเรา

   
A Aging เอจจิ้ง

เอจจิ้ง หรือ ความเสื่อม ความแก่ นับตั้งแต่ ระดับเซลล์ผิวของร่างกาย โมเลกุล เนื่อเยื่อ และอวัยวะ
โดยเฉลี่ยแล้ว อายุของมนุษย์เรา จะมีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 122.5 ปี ในขณะที่หนู สามารถมีอยู่ได้เพียง
ประมาณ 3 ปี ด้วยเหตุผลของความแตกต่างของยีนส์ ซึ่งเป็นตัวกำหนดความแตกต่างของอัตรา
ความเสื่อมของอายุ อัตราการซ่อมแซมของดีเอ็นเอ ประเภทและปริมาณของเอ็นไซม์ที่ต่อต้าน
ความเสื่อม รวมไปจนถึงความแตกต่างของอัตราการผลิตอนุมูลอิสระ
แอนตี้ เอจจิ้ง จึงหมายถึงการต่อต้านความเสื่อม ความชรานั่นเองซึ่งการต่อต้านอาจหมายถึง
การบำรุง ดูแล การรักษา การประคับประคอง การยืดอายุ การแก้ไขเพื่อคงไว้ซึ่งความอ่อนเยาว์นั่นเอง 

 

 

Agingความเสื่อมของผิวต้นคอ

 
Agingความเสื่อมของผิวหน้า  


       ความเสื่อมของหน้าผาก

   
B Botox โบท็อกซ์
 

 

โบท็อกซ์ คือ ชื่อทางการค้าของ แบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Clostridium Botulinum อ่านว่า
คลอสทริเดียม โบทูลินั่ม หรือ โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ

โบท็อกซ์ จึงหมายถึง สารพิษที่มาจากแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า คลอสทริเดียม โบทูลินั่ม
ในปี ค.ศ.1817 นายแพทย์ชาวเยอรมัน ชื่อ Justinus Kerner ค้นพบว่า แบคทีเรีย
ชนิดนี้สามารถพบได้ตามธรรมชาติ และมีความรุนแรงมากถึงขั้นทำให้เป็นอัมพาตเลยทีเดียว
 เนื่องจากสารพิษดังกล่าว จะออกฤทธิ์โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้
เซลล์ประสาท ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า อะซีทิลโคลีน ได้ 
จึงมีผลทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆไม่อาจหดตัวได้ และได้มีการนำสรรพคุณของแบคทีเรีย
ตัวนี้มาใช้ในธุรกิจความงามอย่างแพร่หลาย คือ แพทย์จะฉีดสารพิษนี้ในปริมาณที่ไม่ก่อให้เกิด
อันตรายต่อชีวิต เข้าไปยังกล้ามเนื้อเพื่อให้กล้ามเนื้อหรือผิวหนังส่วนนั้นๆเป็นอัมพาต
ซึ่งผลที่ได้รับคือ ผิวหนังบริเวณนั้นจะปราศจากรอยเหี่ยวย่นนั่นเอง

 

 


ก่อนทำโบท็๋อกซ์ใต้ตา


หลังทำโบท็๋อกซ์ใต้ตา

 
Botoxก่อนทำหางตา


Botoxหลังทำหางตา

 
 

   
C Co-active enzyme Q10 โค-แอคทีฟ เอ็นไซม์ คิวเท็น
 

 

โคเอนไซม์ คิวเท็น เป็นสาร ที่มีคุณสมบัติคล้ายวิตามิน ละลายในไขมัน มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย
และร่างกายสามารถผลิตได้เอง พบในเซลล์ที่มีชีวิตโดยจะอยู่ที่ส่วนเยื่อหุ้ม (membrane) ของ
ไมโตคอนเดรีย (Mitocondrial) และมีความจำเป็นต่อร่างกาย โคเอนไซม์ Q10 ที่ผลิตในร่างกายนี้
สังเคราะห์มาจากกรดอะมิโนที่ชื่อ ไทโรซีน (Tyrosine) และพีนีลอะลานิน (Phenylalanine)
โดยกรดอะมิโนทั้ง 2 ตัวนี้ จะสร้างวงแหวนควิโนน (Quinone ring) ส่วนสายยาว (side chain)
สร้างมาจากอะซีติลโคเอ(Acetyl CoA)โดยอาศัยกระบวนการในร่างกายหลายขั้นตอนร่วมกันกับ
วิตามิน 7 ชนิด คือ วิตามินบี2 (Riboflavin) วิตามินบี3 (Niacinamide) วิตามินบี6 กรดโฟลิก
(Folic Acid) วิตามินบี12 วิตามินซี และกรดแพนโททีนิก (Pantothenic Acid)  โคเอ็นไซม์
มีชื่อเรียกต่างๆกัน เช่น Co-enzyme Q10 หรือ Co ENZYME Q10 หรือ Ubiquinone หรือ
Ubiquinole หรือ Ubidecarenone Ubiquitous หรือ Coenzyme quinine
ประโยชน์ของ โคเอ็นไซม์ Q10
โคเอ็นไซม์ Q10 ที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นนี้ทำหน้าที่เป็น เอนไซม์หลักในวงจรเครปหรือวงจร
กรดซิตริก(Kreb's or Citric Acid Cycle) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำการเปลี่ยนแปลงอาหารพวก
คาร์โบไฮเดรตและไขมันให้อยู่ในรูปของพลังงานที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ โดยหน้าที่ของ
เอนไซม์โดยทั่วไป ก็คือจะเข้าไปช่วยเร่งปฏิกิริยาภายในร่างกาย โดยตัวของเอนไซม์เองไม่ถูก
ทำลายหรือถูกเปลี่ยนแปลงเมื่อปฏิกิริยาดังกล่าวสิ้นสุดลง เนื่องจากโคเอ็นไซม์ Q10 เป็นสารสำคัญ
ที่มีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานมักพบในอวัยวะที่ต้องใช้พลังงานสูง เช่น หัวใจ ตับ ไต เพื่อสร้าง
ความแข็งแรงให้กับเซลล์และช่วยลดความเมื่อยล้าโคเอนไซม์ยังช่วยยับยั้งคอเลสเตอรอลไม่ให้
จับตัวอยู่ตามผนังหลอดเลือด ลดการเกิดปัญหาเส้นเลือดอุดตัน บรรเทาอาการปวดร้าวบริเวณหน้าอก 
อันเกิดจากโรคความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อน ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ
หรืออัลไซเมอร์ เนื่องจากโคเอนไซม์ มีพีนีลอะลานิน เป็นส่วนประกอบสารตัวนี้จะช่วยกระตุ้น
การทำงานของต่อมไทรรอยด์ซึ่งผลิตฮอร์โมนที่ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น ส่วนกรดอะมิโนอีกตัว
หนึ่งคือไทโรซีนนั้นจะช่วยให้เซลล์เสื่อมสภาพช้าลง และเป็นตัวควบคุมความรู้สึกหิวในสมอง
ส่วนไฮโปธาลามัส ยังช่วยให้เหงือกแข็งแรง ลดอาการอักเสบของเหงือกหรือเหงือกบวม 
นอกจากนี้โคเอนไซม์ Q10 ยังมีประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยก่อนวัยช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของ
เซลล์ผิว และมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ โดยทำหน้าที่ให้พลังงานแก่ผิว เพื่อการแบ่งเซลล์สร้าง
เซลล์ใหม่ และช่วยรักษาผนังของเซลล์ให้คงสภาพสมบูรณ์ทำให้ป้องกันการเกิดของริ้วรอยและ
แก้ไขฟื้นฟูผิวที่ขาดพลังงานให้กลับสดใสจึงสังเกตุได้ว่าริ้วรอยลดเลือนและจางลง แม้ว่าโคเอนไซม์ Q10  เป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นไดเอง แต่จะสร้างในปริมาณที่ลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายนอกที่ทำให้ปริมาณ โคเอนไซม์ Q10 ในร่างกายลดลงได้อีก เช่นผลกระจาก
สภาพแวดล้อม การพักผ่อนไม่เพียงพอ การได้รับยาหรือสารเคมี แม้แต่ความเครียดก็ล้วนแต่มีผลทำให้
ปริมาณโคเอนไซม์ Q10 ในร่างกายลดลงทั้งสิ้น ดังนั้นร่างกายจึงควรได้รับ โคเอนไซม์ Q10 จากภายนอกด้วย เช่น จากแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วย โคเอนไซม์ Q10 ได้แก่ น้ำมันปลา ปลาทะเลลึก สัตว์ทะเลต่างๆและยังมีมากในอาหารจำพวกพืช เช่น รำข้าว บร็อกโคลี ถั่วเหลือง เป็นต้น นอกจากนี้
ร่างกายยังสามารถได้รับ โคเอนไซม์ Q10 ที่สังเคราะห์ขึ้นมาใช้เป็นสารสำคัญในอาหารเสริม
และเครื่องสำอาง ซึ่งไม่เป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนัง  เห็นได้ว่า โคเอนไซม์ Q10 เป็นสารที่มีประโยชน์
ต่อกระบวนการสร้างพลังงานของร่างกาย ปัจจุบันจึงได้มีการนำ โคเอนไซม์ Q10 มาใช้กันอย่างแพร่
่หลายทั้งในทางการแพทย์เพื่อรักษาอาการของโรคต่างๆ ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์
อาหารเสริม เพื่อลดริ้วรอยก่อนวัยและช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว แต่การที่คนเราจะมี
สุขภาพดี ผิวพรรณสดใสได้นั้นไม่ได้มีแต่การได้รับโคเอนไซม์ Q10 จากอาหารเสริมหรือ 
เครื่องสำอางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น การกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ การทำอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ
 พักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็เป็นวิธีที่ง่ายและประหยัด ซึ่งสามารถช่วยให้
คนเราสุขภาพดีได้
สำหรับผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการลดเลือนริ้วรอย "เจนนี่ คอสเมติคส์" ขอแนะนำชุด 
Duo Young  เซรั่มเข้มข้นที่มีส่วนผสมของ โคเอนไซม์ Q10 ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพเซลล์ผิว 
ให้พลังงานแก่เซลล์ผิวในเวลากลางคืน ทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการ
สร้างคอลลาเจน ซึ่งทำให้ผิวนุ่ม และมีความยืดหยุ่นสูง ผลลัพธ์คือผิวหน้าของคุณแลดูอ่อนกว่าวัย 
และครีมบำรุงผิวสำหรับกลางวัน "เจนนี่"  แนะนำ Nano Young Day Emulsion ที่มีส่วนผสมของ โคเอนไซม์ Q10 ที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงผิว
 ทำให้ผิวกระชับไร้ริ้วรอย นีโอพลาเซนต้า อัลโตโซม เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่มี โครงสร้างเสมือนโปรตีน
ที่ได้จากสารสกัดรกแกะ ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและยืดหยุ่น ไร้ริ้วรอยและ
สารป้องกันแสงแดด SPF30 ที่ช่วยป้องกันผิวจากรังสี UVA/UVB อันเป็นสาเหตุแห่งริ้วรอย

 

 

   
   

 Co-enzyme Q10โครงสร้างทางเคมี

   
   

   
D Detox ดีท็อกซ์
 

 

ดีท็อกซ์ หมายถึง การทำความสะอาดและกำจัดของเสียต่างๆออกจากลำไส้ซึ่งปัจจุบันมีการ
ใช้สารละลายต่างๆ หลายอย่างที่เป็นที่นิยมนับตั้งแต่ สวนล้างด้วยน้ำ เกลือแร่ กาแฟ ที่มีชนิด
และปริมาณความเข้มข้นแตกต่างกันไปข้อควรระวังในการทำดีท็อกซ์: โดยธรรมชาติแล้ว
ลำไส้เป็นส่วนที่จะขับของเสียออกจากร่างกายโดยไม่มี ความจำเป็นต้องทำการสวนล้าง
แต่ประการใด หากแต่มีข้อบ่งชี้เช่น ร่างกายไม่สามารถขจัดออกได้ตามธรรมชาติอันเกิดจาก
การเจ็บป่วย หรือความบกพร่องของอวัยวะขับถ่ายเป็นต้น ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการสวนล้างเพื่อ
ความสะอาดและบรรเทาอาการเจ็บป่วย ซึ่งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ หรือเป็นคำสั่งการ
ดีท็อกซ์จากแพทย์จะปลอดภัยที่สุด

 
 

 

 Detoxlสัญลักษณ์ที่บอกถึงดีท็อซ์

 

E Elastin อิลาสติน
 

 

อิลาสติน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังแท้ ที่มีหน้าที่ในการยึดเหนี่ยวระหว่างเซลล์ผิว
มักจะทำหน้าที่ควบคู่ไปกับ คอลลาเจนเสมอ
   

 

   
F  Freckle เฟล็กเคิ้ล  (กระ)
 

 

สาเหตุใหญ่ๆที่ทำให้เกิดกระ คือ พันธุกรรม และอีกสาเหตุสำคัญคือ แสงแดดแสงแดดมีคุณค่าและ
ประโยชน์ต่สรรพสิ่งต่างๆบนโลกใบนี้ แต่เมื่อมีคุณค่าและประโยชน์แล้ว ในทางกลับกันก็สามารถ
ทำลายได้เช่นกัน ยิ่งสำหรับผิวพรรณแล้วแสงแดดเป็นศัตรูร้ายเชียวล่ะค่ะ เพราะถ้าหากคุณทำงาน
ที่ต้องอยู่กลางแดดนานๆผิวของคุณจะไหม้เกรียมและเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ดูแก่ก่อนวัย
นอกจากนี้ยังไปกระตุ้นให้เกิดฝ้าเท่านั้นยังไม่พออีกนะคะ...ยังจะมากระตุ้นให้เกิด กระ ขึ้นอีกสำหรับ
คนที่เป็นกระอยู่ก่อนแล้วหากโดนแสงแดดเข้าอีกก็จะยิ่งทำให้สีของเจ้ากระตัวนี้เข้มขึ้นไปอีก เรามาทำ
ความรู้จักกับเจ้ากระกันดีกว่าค่ะ โดยทั่วไปแล้วได้แบ่ง กระ ไว้เป็น 4 ชนิดด้วยกันนะคะ
1.กระตื้น ลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆมีขนาดไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร ขอบเขตไม่ชัดเจนและมักพบ
    กระจายที่วใบหน้า ถ้าโดนแดดสีมักจะเข้มขึ้น แต่ถ้าไม่โดนแดดนานๆสีมักจะจางลงได้เอง
2.กระลึก ลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเทาๆเห็นเป็นเงาส่วนใหญ่อยู่บริเวณโหนกแก้ม 2 ข้าง
3.กระเนื้อ มีลักษณะเป็นตุ่มสีน้ำตาล หรืออาจเป็นสีดำเป็นก้อนเล็กๆผิวเรียบหรือขรุขระก็ได้ บางครั้งดู
   คล้ายหูด มักพบบริเวณใบหน้า คอหรือลำตัวก็ได้
4.กระแดด มีลักษณะเป็นดวงสีน้ำตาล ผิวเรียบ ส่วนใหญ่พบในคนสูงอายุหรือคนที่ต้องทำงานอยู่กลาง
    แสงแดดเป็นเวลานาน
ในชีวิตประจำวันรามีโอกาสที่จะเผชิญกับแสงแดดอยู่เสมอจึงควรหลีกเลี่ยงและหาทางป้องกัน เช่น 
ใช้ครีมกันแดด สวมหมวก กางร่ม หรือสวมเสื้อแขนยาว เป็นต้นผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อผิวหน้าขาว
กระจ่างใส  
"เจนนี่"
ขอแนะนำชุด Duo Bright เซรั่มเข้มข้นที่รวมสารสกัดเพื่อความขาวกระจ่างใส
จากเทือกเขาแอลป์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กว่า 6 ชนิด ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินอันเป็นสาเหต
ุของการเกิด ฝ้า กระ และจุดหมองคล้ำทำให้คุณเผยผิวขาวกระจ่างใสในเวลาเพียง2 สัปดาห์ และ 
Nano Bright Day Emulsion สารสกัดธรรมชาติกว่า 6 ชนิดจากเทือกเขาแอลป์ ที่มอบความขาว
กระจ่างใสผนวกล้ำเลิศนาโนเทคโนโลยีที่ทำให้โมเลกุลมีขนาดเล็กจนสามารถแทรกซึมลงสู่ผิวอย่างรวด
เร็วอีกทั้งมีสารกันแดด SPF30 ที่ให้คุณมั่นใจได้ว่าผิวหน้าได้รับการปกป้องจากมลภาวะและรังสี 
UV และยัง ป้องกันการเกิดใหม่ของ ฝ้า กระ ได้ตลอดทั้งวัน

 

 

 

   
   

 Frecklesกระบนใบหน้า1

 Frecklesกระบนใบหน้า2  
   

 

   
F Free Radical ฟรี แรดิเคิ้ล  หรือ อนุมูลอิสระ
 

 

อนุมูลอิสระ (Free Radicals)คือ โมลเลกุล หรือ อิเลคตรอนที่โดดเดี่ยว (ไร้คู่) ที่ไม่เสถียรและ
ว่องไวต่อการเกิดปฏิกริยาเคมี เป็นตัวที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ซึ่งมีผลทำให้ผิวมีริ้วรอยและ
แก่ก่อนวัย
ชนิดของอนุมูลอิสระ
1.เกิดขึ้นภายในร่างกายจากกระบวนการเมตาโบลิซึ่ม หรือการเผาผลาญพลังงานในร่างกายนั่นเอง
2.เกิดขึ้นภายนอกร่างกาย ได้แก่ การติดเชื้อ การอักเสบ รังสีต่างๆ สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ เช่น
ควันรถ ฝุ่นละออง บุหรี่ ยาฆ่าแมลง และการออกกำลังกายอย่างหักโหม  ร่างกายของเรามี
ระบบป้องกันตัวเอง จากอนุมูลอิสระ โดยการสร้างระบบ แอนตี้ออกซิแด็นซ์ (anti-oxidants)
สำหรับกรณีที่มีอนุมูลอิสระมากกว่าที่ระบบแอนตี้ออกซิแด็นซ์จะจัดการได้ ก็จะส่งผลกระทบต่อ
เซลล์ต่างๆในร่างกายได้ โดยปฏิกริยาอ็อกซิเดชั่นจะเข้าไปทำลาย เยื่อหุ้มเซลล์ของโมเลกุล 
เกิดผลเสียและการทำลายเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุของการแก่หรือความเสื่อม (Aging) หรือรุนแรง
ไปจนถึงขั้นเจ็บป่วย

 
   

 

   
G Ginkgo Biloba    Ginkgo Biloba หรือ แปะก๊วย
 

 

Ginkgo Biloba หรือ แปะก๊วย มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน แถบตะวันออกเฉียงใต้ และได้มีการ
ขยายพันธุ์ไปยังประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี จากนั้นก็มีการปลูกอย่างแพร่หลายในประเทศแถบยุโรป และสหรัฐอเมริกา แปะก๊วยเป็นพืชที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีการค้นพบว่าแปะก๊วยบางต้นมีอายุยาว
นานกว่าไดโนเสาร์เสียอีก ชาวจีนรู้สรรพคุณของแปะก๊วยมานานมากแล้ว ในขณะที่ชาวยุโรป
เพิ่งเริ่มต้นการศึกษาประโยชน์อย่างจริงจังของแปะก๊วยเมื่อไม่นานมานี้เอง ชาวยุโรปนิยม
ปลูกแปะก๊วยเพื่อเป็นไม้ประดับมากกว่า เนื่องจากมีลำต้นสูงใหญ่ เหมาะสำหรับเป็นร่มเงาได้ดี
ในตำรายาของจีน ได้นำใบและเมล็ดของแปะก๊วย ใช้รักษาอาการหลอดลมอักเสบ ความดันโลหิตสูง
หอบหืด วัณโรค โกโนเรีย ท้องอืดท้องเฟ้อ กระวนกระวาย โรคผิวหนัง นอกจากนี้ยังสามารถ
นำเมล็ดมาคั่วเพื่อทำเป็นของหวาน ช่วยในการย่อยอาหารได้อีกด้วย  ในการวิจัยพบว่าใบของ
แปะก๊วยมีสารสำคัญ 2 กลุ่ม คือช่วยต้านอนุมูลอิสระมีฤทธิ์ยับยั้งการเกาะตัวของเกร็ดเลือด 
และปรับความยืดหยุ่นของผนังเกร็ดเลือด จึงช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในเนื้อเยื่อต่างๆทั่ว
ร่างกายให้ดีขึ้น ช่วยป้องกันเนื้อสมองตายและถูกทำลายขณะขาดออกซิเจน ช่วยลดอาการบวม
ที่จอตา และปกป้องเส้นประสาท ทั้งยังช่วยให้ความจำดีขึ้นนอกจากนี้ยังมีการนำแปะก๊วยใช้กับโรค
ที่เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงแขนขาไม่พอ เนื่องจากเส้นเลือดตีบ ซึ่งมีผลกระทบ ทำให้เป็นตะคริว
หรือแขนขาหมดแรง อ่อนล้า หรือปวดบวมเมื่อใข้งานเป็นเวลานานๆ สารสกัดจากแปะก๊วย
มีบทบาทมากในผู้สูงอายุทั่วไป ที่มีปัญหาทางสมอง ช่วยลดอาการหลงลืมหรือโรคอัลไซม์เมอร์
ได้ดี ทั้งยังช่วยสำหรับสาวที่มีปัญหาการปวดประจำเดือน และภาวะหมดประจำเดือนได้อีกด้วย
ปัจจุบันมีสารสกัดจากแปะก๊วยออกขายตามท้องตลาดมากมาย ทั้งที่เป็นสารจากแปะก๊วยโดยตรง
และมีสารชนิดอื่นเป็นส่วนผสมด้วย เช่น น้ำมันปลา เราสามารถหาซื้อแปะก๊วยเหล่านี้มารับประทาน
ได้ง่ายขึ้น แต่ควรเลือกดูให้ดีก่อนที่จะนำมารับประทาน หรือจะรับประทานแปะก๊วยสด ไม่ว่าจะ
นำมาทำเป็นของหวาน หรือรับประทานน้ำชาจากใบแปะก๊วย ซึ่งมีราคาถูกกว่าเมื่อก่อนมาก และ
ก่อนที่จะรับประทานควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดเสียก่อน เนื่องจากแปะก๊วยจะมีฤทธิ์เป็นพิษ
เมื่อรับประทานเข้าไปมากเกินไป

 

 

   
 

ต้นแปะก๊วย

 ใบแปะก๊วย

 ลูกแปะก๊วย

 
 

 

 

 
H  Hyaluronic acid ไฮยาลูโรนิค แอซิด (HA)
 

 

คือกรดที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมา มีอยู่ทั่วไปตามร่างกาย และโดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่าง
อวัยวะเซลล์ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสีและเพิ่มความยืดหยุ่นประโยชน์ของ กรดไฮยาลูโรนิค
ที่มีต่อผิวหน้า แต่สำหรับผิวหน้าของเรานั้น กรดตัวนี้จะถูกผลิตขึ้นและถูกหล่อเลี้ยงจากบริเวณผิวหนัง
ชั้น Dermis (ผิวชั้นล่าง) และกระจายไปถึงผิวหนังชั้น Epidermis (ผิวหนังชั้นบน) บทบาทสำคัญ
ที่เราควรตระหนักก็คือมันจะช่วยให้ผิวหนังสามารถเก็บกักความชุ่มชื่นได้มากกว่าปกติหลายเท่าเลย (โดยที่ไม่เพิ่มความมันแบบที่ไม่ดี sebum บนผิวชั้นนอก ดังนั้นคนที่มีผิวมันก็สบายใจขึ้นมาบ้าง) เมื่อผิวมีความชุ่มชื่นที่ดีเพียงพอผิวหน้าก็จะดูอ่อนกว่าเยาว์ ดูเนียนเรียบขึ้น ริ้วรอยลดลง มีความยืดหยุ่น  นุ่มนวล และดูมีชีวิตชีวา กรดไฮยาลูโรนิคยังช่วยให้รักษาอาการบาดเจ็บ
ของเซลล์ผิวหนังได้เร็วกว่าเดิม 80% อีกด้วย นั่นหมายความว่าผิวสามารถที่จะสมานและฟื้นฟูตัวเอง
ได้เร็วขึ้น ผลดีอีกข้อนั่นก็คือการช่วยทำให้ผิวเต่งตึงขึ้นด้วย (plump effect) และโดยปกติการ
ไหลเวียนของเลือดจะเป็นตัวนำของเสียออกจากเซลล์ตามธรรมชาติ แต่สำหรับเซลล์ผิวที่ไม่ได
้ติดต่อกับเส้นเลือดโดยตรง กรดไฮยาลูโรนิคนั้นจะช่วยเพิ่มการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิวในส่วนนั้น 
และยังช่วยกำจัดของเสียออกจากเซลล์เหล่านั้น แต่เมื่ออายุมากขึ้น ตั้งแต่ 30-40 ปีขึ้นไปการผลิตกรด
ไฮยาลูโรนิคตามธรรมชาติก็ลดน้อยลงไปด้วย ผลก็คือผิวที่จะสูญเสียความชุ่มชื่นผิวแห้งขึ้น และ
ขาดความยืดหยุ่น สิ่งที่จะตามมาไม่ช้านั่นก็คือ ริ้วรอยที่จะเพิ่มมากขึ้น และความแก่ชราก็จะปรากฎชัด
ขึ้นนั่นเองดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูโรนิคสำหรับผู้ที่มีอายุมาก
ขึ้นหรือผู้ที่มีผิวแห้งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง นอกเหนือไปจากการบำรุงและเสริมสร้างแต่เพียง
 collagen - elastin และลดริ้วรอยแค่พื้นผิวภายนอกตามปกติค่ะสำหรับผลิตภัณฑ์ของ "เจนนี่" 
จะมีส่วนประกอบของ กรดไฮยาลูโรนิค ทุกตัว คุณจึงมั่นใจว่า เมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์ของ "เจนนี่" 
แล้ว ผิวของคุณจะเนียนนุ่มชุ่มชื่นขึ้น

 

 

 

  Hyaluronic acidตำแหน่งที่อยู่ในร่างกาย

 
   

 

 
I Iodine ไอโอดีน
 

 

ไอโอดีนคือ อณูเคมีชนิดหนึ่งที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต ซึ่งมักพบในพืชและสัตว์ต่างๆ
ซึ่งปริมาณที่เราได้รับจากพืชนั้นมักจะมาจากความเข้มข้นของไอโอดีนในดินที่พืชเหล่านั้นถูกเพาะเลี้ยง
มาสารอาหารไอโอดีนมีมากที่สุดในสัตว์ทะเล และสาหร่าย เนื่องจากน้ำทะเลเป็นแหล่งของไอโอดีน
การรับประทานอารหารทะเล2-3มื้อ/สัปดาห์ จะเพียงพอต่อการดำรงชีวิต แต่นอกเหนือจากอาหาร
ทะเลแล้วในไข่ เนื้อสัตว์ และนม ก็ยังมีธาตุไอโอดีนเป็นจำนวนมากอีกด้วยธาตุไอโอดีนมีความสำคัญ
ต่อโครงสร้างการสร้างฮอร์โมน ไทรอยด์ ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับกระบวนการเผาพลาญที่เกี่ยวข้องกับ
การเจริญเติบโตและการใช้พลังงานของร่างกาย ซึ่งไทรอยด์ฮอร์โมนมีความสำคัญต่อการพัฒนา
สมองและพัฒนาการของเด็กสำหรับผู้ใหญ่หากเกิดอาการขาดไอโอดีนก็จะปรากฎเด่นชัดที่คอ
 ที่เรียกว่าโรคคอหอยพอกนั่นเอง

 

 

 

   
   

 Iodineเกลือไอโอดีน

 Iodineยังไม่กลั่น2

 
   

 

 

 
J Jojoba  โจโจบา
 

 

พืชตระกูล โจโจบา มีถิ่นกำเนิดจากทะเลทราย Sonoran ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเม็กซิโก
และทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีขนาดประมาณ 1-2 เมตร และอายุยืนถึง
100-200 ปี ดอกตัวเมียจะมีสีเขียว เมื่อโตเต็มที่จะมีสีน้ำตาลเข้มคล้ายผลไม้ ภายในบรรจุด้วย
เมล็ดโจโจบา เรามักจะสกัดน้ำมันได้จากส่วนที่เป็นเมล็ดกว่า 50% ของน้ำมันทั้งหมดที่โจโจบา
ให้กับเรา
คุณสมบัติของโจโจบา 
1. ในร่างกายคนเราสามารถผลิตน้ำมันที่มีลักษณะคล้ายโจโจบาได้เองตามธรรมชาติ แต่ปัจจัยที่
ทำให้น้ำมันใต้ผิวลดลงขึ้นอยู่กับอายุ อากาศ สิ่งแวดล้อม มลภาวะ หรือแม้แต่ความเครียด
ก็มีส่วนทำให้น้ำมันใต้ผิวลดลงเราจึงต้องหาตัวช่วยที่จะทำให้ผิวของเราชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา
2.เมื่อใช้ทาผิวจะช่วยให้ผิวเนียนนุ่มขึ้น เนื่องจากโจโจบามีวิตามินอีที่ช่วยรักษาความชุ่มชื่นให้กับ
ผิว และยังช่วยลดเลือนริ้วรอยได้อีกด้วย
3. โจโจบายังช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนัง ช่วยให้เส้นผมแข็งแรง ช่วยขจัดรังแค ลดอาการคันศีรษะ ได้อย่างมัประสิทธิภาพ
4.ในน้ำมันโจโจบา ยังมีแร่ธาตุทองแดง โครเมียม ไอโอดีน ซิลิคอน และสังกะสี นอกจากนั้นยัง
มีวิตามินอี และบีรวม ซึ่งล้วนแต่สำคัญสำหรับผิวพรรณ เส้นผม และเล็บ ผู้หญิงในแถบเม็กซิโก
นำน้ำมันที่สกัดจากโจโจบามาบำรุงเส้นผมไม่ให้แห้งเสียสำหรับผลิตภัณฑ์ "เจนนี่" นั้น
คุณสามารถพบกับโจโจบาได้ใน Crystal Gel Cleanser ที่จะช่วยเก็บกักความชุ่มชื่นให้ผิว
หน้าตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

 


Jojobaต้นมีเมล็ดที่สุกแล้ว

 
              Jojobaน้ำมันที่สกัดจากโจโจบา
   

 

   
K K Vitamin วิตามิน K
 

 

หรือที่เรียกว่า Phylloquinone ซึ่งวิตามินถูกสร้างขึ้นที่บริเวณลำไส้เราสามารถได้รับสารอาหาร
วิตามิน K นี้ได้จากอาหารในกลุ่ม นม ไข่ โยเกิร์ต  วิตามิน K แบ่งออกได้เป็น 3ชนิด คือ 
K1 หรือ Phylloquinone ซึ่งพบได้ในพืช
K2 หรือ Menaquinone ซึ่งพบได้ในการสังเคราะห์ของแบคทีเรีย
K3 หรือ Menadione ซึ่งพบได้จากการสังเคราะห์โดยการผลิตจากมนุษย์นั่นเอง
หน้าที่ของวิตามิน K คือ มีความสำคัญในการสังเคราะห์โปรตีนจากตับที่ควบคุมกระบวนการ
แข็งตัวของเลือดรวมไปถึงการสร้างและการซ่อมกระดูก ดังนั้นผู้ที่มีโรคกระดูกพรุนก็จึงมักมี
วิตามิน K ต่ำไปด้วย

 

 

 

   
   

 K Vitaminการแข็งตัวของเลือด

   
   

 

   
L Licolice    ลิโคลิซ (Licolice) สารสกัดจากชะเอมเทศ
 

 

ลิโคลิซ (Licolice) สารสกัดจากชะเอมเทศ มีผลโดยตรงกับการทำให้ผิวขาวขึ้นได้ เนื่องจาก
สารสกัดจากชะเอมเทศจะไปลดการทำงานของเอนไซม์ไทโรซีเนสก่อนที่จะไปทำปฏิกิริยากับโดปะ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเม็ดสีมากขึ้นและทำให้ผิวคล้ำขึ้นค่ะ  ผลิตภัณฑ์ของ "เจนนี่" มีส่วนผสม
ของสารสกัดลิโคลิซ อยู่ในชุด Duo Bright และ Nano Bright Day 
Emulsion ทำหน้าที่ 2 อย่างประกอบกัน คือ
1.ลดความเข้มของเม็ดสีเมลานินจากสีน้ำตาลเข้มให้สีอ่อนลง
2.ลดขนาดพื้นที่ของจุดดำคล้ำให้เล็กลง
คุณจึงมั่นใจได้ว่า เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ของ "เจนนี่" ผิวหน้าของคุณจะขาวกระจ่างใสและอ่อนเยาว์ภาย
ใน 2 สัปดาห์ค่ะ

 

   

 

   
M  Mulberry มัลเบอร์รี่ หรือ ลูกหม่อนนั่นเอง
 

 

มัลเบอร์รี่ หรือ ลูกหม่อนนั่นเองนิยมปลูกมากบริเวณทางภาคเหนือที่มีอากาศเย็น
เป็นพืชตระกูลราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ มีประโยชน์สูงสุดหากใช้ผลหม่อนสุก 
จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งก็มีผลต่อเครื่องสำอางที่มีสารสกัด 
มัลเบอร์รี่ตรงที่ช่วยให้ต่อต้านริ้วรอย ซึ่งคุณจะสามารถพบในผลิตภัณฑ์
กลุ่มเพื่อความขาวใส ทั้งที่ Duo Bright และ Nano Bright Day Emulsion ค่ะ

       
Mulberryต้นมัลเบอร์รี่

           
                Mulberry2ผลหม่อม

        Melasma             เมลาสมา  (ฝ้า)
 

 

"ผิวหน้าขาวใส"จัดเป็นความต้องการอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักความสวยงามไม่ว่าเพศไหน
 วัยไหน เป็นค่านิยมที่ฮิตติดเทรนด์ ยิ่งไม่มีสิว ฝ้า กระ รอยด่างดำ แผลเป็น
รอยหลุม จึงเป็นยอดปรารถนาเป็นอย่างยิ่งโดยถือ ว่าหน้าตาจะอย่างไร 
แต่ถ้าผิวขาวเนียนใสก็มีชัยไปกว่าครึ่ง สำหรับความประทับใจตั้งแต่แรกพบ
 แล้ว ฝ้า เกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะ ตามปกติแล้วผิวหนังชั้นล่างสุดของหนังแท้จะมี
เซลล์ที่ชื่อว่าเมลาโนไซด์ (Melanocyte) อาศัยอยู่ ซึ่งเซลล์ที่ว่านี้มีหน้าที่
สร้างเม็ดสีเมลานิน(Melanin) แล้วส่งเม็ดสีไปตามแขนของเซลล์ที่ยื่นออก
มาให้กับเซลล์ผิวหนังชั้นกำพร้า เม็ดสีหรือเมลานินนี้จะทำหน้าที่กรองแสง UV 
ไม่ให้ ทะลุผ่านมาทำลายเนื้อเหยื่อของผิวหนัง ถ้ามีปัจจัยอะไรก็ตามที่มากระตุ้นให้
เซลล์สร้างเม็ดสีมีขนาดใหญ่ ขึ้นหรือแขนของเซลล์สร้างเม็ดสีเพิ่มจำนวนมากขึ้น และทำให้มีการกระจายเม็ดสีเข้าสู่เซลล์ผิวหนังกำพร้าได้มากขึ้น
อาจทำให้เป็นรอยฝ้าได้ฝ้ากับกระต่างกันอย่างไร 

ฝ้า มีลักษณะเป็นแผ่นสีน้ำตาลอ่อน หรือสีน้ำตาล เข้ม มักพบได้บริเวณโหนกแก้ม
ทั้ง 2 ข้าง สันจมูก หน้าผาก และบริเวณเหนือริมฝีปาก ถ้าเป็นแผ่นปื้นขนาด ใหญ่ มีสีออกเขียวคล้ำๆที่โหนกแก้มด้านเดียวใต้ตา และลูกนัยต์ตาขาว ก็อาจเป็นปาน
ชนิดหนึ่ง พบในผู้หญิง มากกว่าผู้ชาย และมักพบในวัยกลางคนอายุประมาณ 
30-40 ปี ส่วนกระนั้นจะมีลักษณะเป็นจุดเล็กๆกระจาย อยู่ทั่วใบหน้า
  ถ้าเราลองเอามือลูบฝ้าหรือกระดู ก็จะไม่พบรอยนูนขึ้นมาเรามารู้จักชนิดของฝ้ากัน 
โดยทั่วไปแล้ว ฝ้า แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ
1.ฝ้าชนิดตื้น (Epidermal type) เป็นฝ้าที่อยู่ในชั้นหนังกำพร้า ลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาล     มีขอบเขตชัดเจน
2.ฝ้าชนิดลึก (Dermal type) เป็นฝ้าที่อยู่ในชั้นหนังแท้ มีลักษณะเป็ยปื้นสีเทาแกมน้ำเงินอ่อนๆ   ขอบเขต ไม่ชัดเจน รักษาได้ยาก
3.ฝ้าแบบผสม (Compound type) มีทั้งฝ้าชนิดตื้นและลึกผสมกัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าที่สำคัญของคนในบ้านเราก็คือ
1.แสงแดดนั่นเอง เมืองไทยเราเป็นเมืองร้อน แดดจึงอยู่ในระดับที่แรงถึงแรง
มากและนับวันก็ยิ่งร้อนมากขึ้นทุกปี ความร้อนก็เป็นสาเหตุใหญ่เช่นกัน 
ไม่ว่าจะเป็นไอร้อนจากแดด ความร้อนจากเตาไฟ ก็เป็นสาเหตุของ
การเกิดฝ้าเช่นเดียวกัน
2.ฮอร์โมน ถือว่าเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ ซึ่งระดับการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอาจเกิดจากการตั้งครรภ์ อยู่ในวัย
หมดประจำเดือน หรือรับประทานยาคุมกำเนิด  บางรายอาจเกิดจากการ
ใช้เครื่องสำอางที่มีฮอร์โมนผสมอยู่
3.ผิวแห้งขาดการบำรุง มีโอกาสเป็นฝ้าได้ง่ายกว่าคนผิวมัน เพราะเมื่อขาดสมดุลของน้ำหล่อเลี้ยงผิว และ lipid ที่เคลือบคลุมผิวมีน้อย ผิวจะอ่อนแอและบางลง ทำให้ผิวไวต่อรังสีอุลตร้าไวโอเลตมากขึ้น
4.เครื่องสำอาง การแพ้ส่วนผสมของเครื่องสำอางบางชนิด เช่น น้ำหอม สารกันเสีย ก็ทำให้เกิดรอยดำแบบฝ้าได้
5.พันธุกรรม เชื่อว่าพันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดฝ้า มีรายงานว่า ถ้าคนในครอบครัวเป็นฝ้า โอกาสที่คนในครอบครัวเดียวกันจะเป็นฝ้ามีถึง 30-50% และคนเอเชียมักเป็นฝ้ามากกว่า

การป้องกันการเกิดฝ้า
ฝ้าเป็นโรคทางผิวหนัง เมื่อเป็นแล้วมักจะใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนาน ไม่ค่อยหายขาด โดยเฉพาะ ฝ้าลึก และมีโดกาสกลับมาเป็นฝ้าได้อีก เนื่องจากปัจจัยหลายอย่างและสาเหตุข้างต้น ซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก 
ดังนั้นการป้องกันการเกิดฝ้า จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนี้
1.โฟมล้างหน้า หรือเจลล้างหน้า ควรเลือกล้างหน้าด้วยโฟมหรือเจล
ที่เหมาะสมกับผิวแห้ง เพื่อป้องกันมิให้ผิวแห้งมากขึ้น
2.ครีมกันแดด ถือว่าเป็นเครื่องสำอางพื้นฐานที่ต้องใช้ตลอดเวลา เนื่อจากมีการวิจัยแล้วว่า แสงแดดนอกจากทำให้เกิดฝ้าแล้ว 
ยังทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยด้วย การเลือกใช้ครีมกันแดด นอกจากจะต้องเหมาะ
กับผิวแล้ว ควรคำนึงถึงประสิทธิภาพของสารกันแดดด้วย ค่า SPF เท่าใด (ค่าสารกันแดดที่ป้องกันรังสียูวีบี) และค่า PA เท่าไหร่ (ค่าสารกันแดดที่ป้องกันรังสียูวีเอ) สำหรับผู้ที่เป็นฝ้าควรเลือกครีม
กันแดดที่มีค่า SPF>25 และค่า PA++ เป็นอย่างน้อย และควรมีส่วนผสมของครีมบำรุงร่วมด้วย
3.ครีมบำรุงผิว การบำรุงหน้าตั้งแต่วัยเยาว์ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี การเลือกครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ ซี อีพบว่ามีส่วนช่วยในการป้องกันฝ้า และริ้วรอยได้ด้วย
4.โภชนาการและยาบำรุง ควรรับประทานผัก ผลไม้ ที่มีคุณค่าทางวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินซี เพราะพบว่านอกจากป้องกันการเกิดโรคหวัดแล้ว ยังใช้รักษาฝ้าได้ด้วย แพทย์อาจแนะนำให้รับทาน
วิตามินซี (เม็ด)วันละ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ควบคู่กับวิตามินอี 1,200 ยูนิตต่อวัน

ผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อผิวหน้าขาวกระจ่างใส "เจนนี่" ขอแนะนำชุด 
Duo Bright เซรั่มเข้มข้น ที่รวมสารสกัดเพื่อความขาวกระจ่างใสจากเทือก
เขาแอลป์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กว่า 6 ชนิด ช่วยยับยั้งการสร้าง
เม็ดสีเมลานินอันเป็นสาเหตุของการเกิด ฝ้า กระและจุดหมองคล้ำทำให้คุณเผย
ผิวขาวกระจ่างใสในเวลาเพียง
2 สัปดาห์ และ Nano Bright Day Emulsion ที่มีสารสกัดธรรมชาติกว่า 6 ชนิดจากเทือกเขาแอลป์ ที่มอบความขาวกระจ่างใสผนวกล้ำเลิศ
นาโนเทคโนโลยีที่ทำให้โมเลกุลมีขนาดเล็กจนสามารถแทรกซึมลง
สู่ผิวอย่างรวดเร็วอีกทั้งมีสารกันแดด SPF30 ที่ให้คุณมั่นใจได้ว่า
ผิวหน้าได้รับการปกป้องจากมลภาวะและรังสี UV และยังป้องกันการเกิดใหม่ของ ฝ้า กระ ได้ตลอดทั้งวัน

 

 

 

   
   

 ฝ้าตื้น

 ฝ้าลึก

 
   

 

 

 
N Nano Technology นาโนเทคโนโลยี
 

 

มาจากคำผสม 2 คำ คือ นาโนที่มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก แปลว่า แคระ หรือจิ๋ว ซึ่งในปัจจุบันคำว่า นาโน มักเป็นคำเรียกสั้นๆของคำว่า นาโนเมตร และผสมกับเทคโนโลยี กลายเป็น นาโนเทคโนโลยี 
นาโนเมตร หรือ 1ส่วนพันล้านของ 1 เมตรนั่นเอง ซึ่งเมื่อผสม2คำนี้เข้าด้วยกันจึงมีความหมายว่า
เทคโนโลยีขนาดจิ๋ว ซึ่งแน่นอนที่สุด สำหรับยา เครื่องสำอาง เครื่องจักรกล เมื่อใช้นาโนเทคโนโลยี
ก็จะสามารถทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆมีขนาดที่เล็กจิ๋วจนกระทั่งสามารถผ่านไปยังจุดที่เราต้องการได้
ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเจนนี่ ก็ใช้นาโนเทคโนโลยี อันล้ำสมัยนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ผิวของคุณใส
กระจ่างและอ่อนเยาว์

   

 

   
O Oxidation อ็อกซิเดชั่น
 

 

คือ ปฏิกริยาระหว่างโมเลกุลของอ็อกซิเจนกับสารใดๆก็ได้ที่ไปกระทบหรือปนเปื้อน ซึ่งการ
อ็อกซิเดชั่นที่เรามักพูดถึงเกี่ยวกับความงามนั้น จะมีความหมายในทางลบมากกว่า เช่น เมื่อเกิดการ
อ็อกซิเดชั่น ก็หมายถึง ความเสื่อมของผิวหนัง ที่เราพบเห็นบ่อยๆก็คือ ริ้วรวยนั่นเอง

   

 

   
P Placenta พลาเซนต้า
 

 

พลาเซนต้า หรือ รก คืออวัยวะอย่งหนึ่งของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ รกจะติดอยู่กับผนังด้านในของมดลูก เหมือนเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของตัวแม่ แต่จะอยู่นอกตัวของลูกในท้อง โดยจะมีสายสะดือเป็น
ตัวเชื่อมระหว่างรกกับทารกรกมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อแบนๆ ติดอยู่กับผนังของมดลูก ทำหน้าที่ส่ง
อาหารและ ออกซิเจนไปให้ลูกในท้องและยังช่วยขับของเสียต่างๆออกจากตัวเด็กด้วย 
รกมีขนาดเส้นผ่ายศูนย์กลางประมาณ 15-20 เซนติเมตร หนาประมาณ 2-3 เซนติเมตร 
มีน้ำหนักประมาณ ครึ่งกิโลกรัม ซึ่งขนาดของรกมักจะสัมพันธ์กับขนาดตัวทารก ซึ่งก็คือถ้า
เด็กตัวเล็ก รกก็มักจะมีขนาดเล็กไปด้วยปัจจุบันนิยมนำครีมรกแกะมาเป็นเครื่องบำรุงผิวพรรณซึ่งก็มี
ระดับความเข้มข้น ความบริสุทธิ์ และแหล่งที่มา ที่แตกต่างกันไป ซึ่งการคัดเลือกยี่ห้อใดมาใช้นั้นก็
ควรศึกษาและพิจารณาให้รอบคอบจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้ประโยชน์ของรกแกะที่นำมาเป็นเครื่อง
สำอางส่วนหลักๆ มีดังนี้
1.กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเพื่อลดเลือนริ้วรอย
2.ให้พลังงานแก่ผิว
3.ฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้า
4.เพิ่มพูนระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
5.ช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระชุ่มกระชวย
6.ช่วยส่งเสริมร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง
ซึ่งรูปแบบของอาหารเสริมหรือเครื่องสำอางนั้นมีให้เลือกมากมายหลายชนิด หลากรูปแบบ อีกด้วย
สำหรับการใช้ครีมรกของมนุษย์นั้น บางยี่ห้อก็มีการนำมาใช้ หากแต่อาจผิดต่อหลักศีลธรรมอีกด้วย
ส่วนการใช้รกแกะนั้น ก็มีประเด็นอยู่เนืองๆ สำหรับผู้ที่ต่อต้านการใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ หรือผู้ที่
คุ้มครองสิทธิ์ของสัตว์ ซึ่งท่านอาจต้องใช้ดุลยพินิจในการบริโภคเป็นกรณีๆไปค่ะ หลายท่านเห็น
รูปแล้วไม่ต้องตกใจนะคะ หน้าตารกคนหรือรกแกะ ก็ไม่ต่างกันไปจากนี้มากหรอกค่ะ

 

 

 

   
   

 รกแกะ 

 รกคน

 
   

 
Q Q10 โค-แอคทีฟ เอ็นไซม์ คิวเท็น
 

 

โคเอนไซม์ คิวเท็น เป็นสาร ที่มีคุณสมบัติคล้ายวิตามิน ละลายในไขมัน มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย
และร่างกายสามารถผลิตได้เอง พบในเซลล์ที่มีชีวิตโดยจะอยู่ที่ส่วนเยื่อหุ้ม (membrane) ของ
ไมโตคอนเดรีย (Mitocondrial) และมีความจำเป็นต่อร่างกาย โคเอนไซม์ Q10 ที่ผลิตใน
ร่างกายนี้ สังเคราะห์มาจากกรดอะมิโนที่ชื่อ ไทโรซีน (Tyrosine) และพีนีลอะลานิน 
(Phenylalanine) โดยกรดอะมิโนทั้ง 2 ตัวนี้จะสร้างวงแหวนควิโนน (Quinone ring) 
ส่วนสายยาว (side chain) สร้างมาจากอะซีติลโคเอ(Acetyl CoA)โดยอาศัยกระบวนการ
ในร่างกายหลายขั้นตอนร่วมกันกับวิตามิน 7 ชนิด คือ วิตามินบี2 (Riboflavin) วิตามินบี3 
(Niacinamide) วิตามินบี6 กรดโฟลิก (Folic Acid) วิตามินบี12 วิตามินซี และกรดแพนโททีนิก
(Pantothenic Acid) โคเอ็นไซม์มีชื่อเรียกต่างๆกัน เช่น Co-enzyme Q10 หรือ 
Co ENZYME Q10 หรือ Ubiquinone หรือ Ubiquinole หรือ Ubidecarenone Ubiquitous  หรือ Coenzyme quinine

ประโยชน์ของ โคเอ็นไซม์ Q10
โคเอ็นไซม์ Q10 ที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นนี้ทำหน้าที่เป็น เอนไซม์หลักในวงจรเครป หรือวงจร
กรดซิตริก (Kreb's or Citric Acid Cycle) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำการเปลี่ยนแปลง
อาหารพวกคาร์โบไฮเดรตและไขมันให้อยู่ในรูปของพลังงานที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ 
โดยหน้าที่ของเอนไซม์โดยทั่วไป ก็คือจะเข้าไปช่วยเร่งปฏิกิรกยาภายในร่างกาย โดยตัวของ
เอนไซม์เองไม่ถูกทำลายหรือถูกเปลี่ยนแปลงเมื่อปฏิกิริยาดังกล่าวสิ้นสุดลง เนื่องจากโคเอ็นไซม์ Q10 
เป็นสารสำคัญที่มีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานมักพบในอวัยวะที่ต้องใช้พลังงานสูง เช่น หัวใจ ตับ ไต เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์และช่วยลดความเมื่อยล้าโคเอนไซม์ยังช่วยยับยั้งคอเลสเตอรอล
ไม่ให้จับตัวอยู่ตามผนังหลอดเลือด ลดการเกิดปัญหาเส้นเลือดอุดตัน บรรเทาอาการปวดร้าว
บริเวณหน้าอก อันเกิดจากโรคความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อน ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม
ในผู้สูงอายุหรืออัลไซเมอร์ เนื่องจากโคเอนไซม์ มีพีนีลอะลานิน เป็นส่วนประกอบสารตัวนี้จะ
ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมไทรรอยด์ซึ่งผลิตฮอร์โมนที่ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น ส่วนกรดอะมิโน
อีกตัวหนึ่งคือไทโรซีนนั้นจะช่วยให้เซลล์เสื่อมสภาพช้าลง และเป็นตัวควบคุมความรู้สึกหิวในสมอง
ส่วนไฮโปธาลามัส ยังช่วยให้เหงือกแข็งแรง ลดอาการอักเสบของเหงือกหรือเหงือกบวม นอกจากนี้
โคเอนไซม์ Q10 ยังมีประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยก่อนวัยช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว
 และมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ โดยทำหน้าที่ให้พลังงานแก่ผิว เพื่อการแบ่งเซลล์สร้าง
เซลล์ใหม่ และช่วยรักษาผนังของเซลล์ให้คงสภาพสมบูรณ์ ทำให้ป้องกันการเกิดของริ้วรอย
และแก้ไขฟื้นฟูผิวที่ขาดพลังงานให้กลับสดใสจึงสังเกตุได้ว่าริ้วรอยลดเลือนและจางลง แม้ว่า
โคเอนไซม์ Q10 เป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นไดเอง แต่จะสร้างในปริมาณที่ลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายนอกที่ทำให้ปริมาณ โคเอนไซม์ Q10 ในร่างกายลดลงได้อีก เช่นผลกระจาก
สภาพแวดล้อม การพักผ่อนไม่เพียงพอ การได้รับยาหรือสารเคมี แม้แต่ความเครียดก็ล้วนแต่มีผลทำให้
ปริมาณโคเอนไซม์ Q10 ในร่างกายลดลงทั้งสิ้น ดังนั้นร่างกายจึงควรได้รับ โคเอนไซม์ Q10 จากภายนอกด้วย เช่น จากแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วย โคเอนไซม์ Q10 ได้แก่ น้ำมันปลา 
ปลาทะเลลึก สัตว์ทะเลต่างๆและยังมีมากในอาหารจำพวกพืช เช่น รำข้าว บร็อกโคลี ถั่วเหลือง เป็นต้น 
นอกจากนี้ร่างกายยังสามารถได้รับ โคเอนไซม์ Q10 ที่สังเคราะห์ขึ้นมาใช้เป็นสารสำคัญใน
อาหารเสริม และเครื่องสำอาง ซึ่งไม่เป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังเห็นได้ว่า โคเอนไซม์ Q10 เป็นสารที่มี
ประโยชน์ต่อกระบวนการสร้างพลังงานของร่างกาย ปัจจุบันจึงได้มีการนำ โคเอนไซม์ Q10 
มาใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในทางการแพทย์เพื่อรักษาอาการของโรคต่างๆ ในอุตสาหกรรมเครื่อง
สำอางและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เพื่อลดริ้วรอยก่อนวัยและช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว
 แต่การที่คนเราจะมีสุขภาพดี ผิวพรรณสดใสได้นั้นไม่ได้มีแต่การได้รับโคเอนไซม์ Q10 จาก
อาหารเสริมหรือ เครื่องสำอางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น การกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ การทำอารมณ์
ให้แจ่มใสอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็เป็นวิธีที่ง่ายและ
ประหยัด ซึ่งสามารถช่วยให้คนเราสุขภาพดีได้ สำหรับผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการลดเลือน
ริ้วรอย 

"เจนนี่ คอสเมติคส์" ขอแนะนำชุด Duo Young เซรั่มเข้มข้นที่มีส่วนผสมของ โคเอนไซม์ Q10 ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพเซลล์ผิว ให้พลังงานแก่เซลล์ผิวในเวลากลางคืน ทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้นอย่าง
เห็นได้ชัด อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งทำให้ผิวนุ่ม และมีความยืดหยุ่นสูง 
ผลลัพธ์คือผิวหน้าของคุณแลดูอ่อนกว่าวัย และครีมบำรุงผิวสำหรับกลางวัน "เจนนี่" แนะนำ 
Nano Young Day ที่มีส่วนผสมของ โคเอนไซม์ Q10 ที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลำเลียง
ออกซิเจนไปเลี้ยงผิว ทำให้ผิวกระชับไร้ริ้วรอย นีโอพลาเซนต้า อัลโตโซม เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่มี
โครงสร้างเสมือนโปรตีนที่ได้จากสารสกัดรกแกะ ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็ง
แรงและยืดหยุ่น ไร้ริ้วรอยและสารป้องกันแสงแดด SPF30 ที่ช่วยป้องกันผิวจากรังสี 
UVA/UVB อันเป็นสาเหตุแห่งริ้วรอย

 

 

   
   

 Q10โครงสร้างทางเคมี

   
   

   
R Regimen เรจิเมน   (กิจวัตรการดูแลผิวพรรณให้สวยใสและ อ่อนเยาว์กว่าวัย)
 

 

ใครๆก็อยากเป็นสาวผิวใส ไร้ริ้วรอยและความหมองคล้ำ แต่วัยที่มากขึ้นรวมทั้งมลภาวะรอบกาย อาจ
ทำให้ผิวค่อยๆเหี่ยวแบบไม่รู้ตัวได้ค่ะ มาเริ่มต้นดูแลผิวกับผลิตภัณฑ์ของ "เจนนี่ คอสเมติคส์" 
กันดีกว่าค่ะ เพื่อรักษาความสดใสของผิวคุณ
1.ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าหรือเจลล้างหน้า ควรเลือกโฟมหรือเจลที่เหมาะกับผิว สำหรับผู้ที่มีผิว
หน้าที่ค่อนข้างมันและต้องการความรู้สึกสะอาดหมดจดแต่ผิวหน้าไม่แห้งตึง 
"เจนนี่ คอสเมติคส์"
ขอแนะนำ
Foaming Cleanser ที่มีส่วนผสมของเม็ดบีดมอยซ์เจอไรเซอร์ที่มอบความชุ่มชื่นให้แก่ผิวหน้า
และสารสกัดจากธรรมชาติที่มอบความขาวกระจ่างใสแก่ผิวหน้า สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าค่อนข้างแห้ง
และผิวแพ้ง่าย "เจนนี่" แนะนำ Crystal Gel Cleanser ที่มีส่วนผสมของเม็ดบีดมอยซ์เจอไรเซอร์ 
ที่มอบความชุ่มชื่นให้แก่ผิวมีเอ็กซ์ตร้า ไวท์เทนนิ่ง คอมเพล็กซ์ ที่ช่วยปรับผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส
 โคเอนไซม์ คิว10 ที่ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระเพื่อผิวอ่อนเยาว์และดูมีสุขภาพดี วิตามิน บี3 
ที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่หยาบกร้านเพื่อผิวหน้าที่เปล่งปลั่งสดใสนุ่มนวล
2.ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ ครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยแดดที่เป็นตัว
การสำคัญที่ทำให้ผิวหน้าเกิดสิว ฝ้า กระ และริ้วรอยก่อนวัย การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน
จึงเป็นวิธีปกป้องผิวที่ดีที่สุด ผลิตภัณฑ์ของ "เจนนี่ คอสเมติคส์" ทั้งชุด Nano Bright Day 
และ Nano Young Day ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวหน้าของคุณให้ขาวกระจ่างใสและอ่อนเยาว์
แล้วยังมีส่วนผสมของสารกันแดด SPF30 ช่วยให้สะดวกรวดเร็วในขั้นตอนเดียว ทำให้คุณมั่นใจ
ได้ว่าผิวหน้าได้รับการปกป้องจากมลภาวะและรังสี UV และยังป้องกันการเกิดของฝ้า กระ และ
ริ้วรอยได้ตลอดทั้งวัน
3.เวลาค่ำคืน นับเป็นช่วงเวลาเดียวที่ผิวของคุณจะได้รับการฟื้นฟูและซ่อมแซม ซึ่งในช่วงนี้
หากคุณดูแลผิวได้อย่างถูกต้อง ก็จะทำให้ผิวที่เนียนอ่อนเยาว์อยู่กับเรานานแสนนานค่ะ เริ่มด้วย
การเลือกใช้โฟมหรือเจลล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิวแล้วตามด้วย มอยซ์เจอไรเซอร์เพียงพอ
เช่นหากคุณเพิ่งเริ่มต้นใช้เครื่องสำอางและมีอายุน้อยกว่า 25ปี สามารถใช้ชุด สตาร์ทเตอร์ หรือ Q10 ของ"เจนนี่ คอสเมติคส์" ได้เลยค่ะ สำหรับท่านที่มีอายุตั้งแต่ 25ปีขึ้นไป หากต้องการให้ผิวหน้า
ขาวกระจ่างใส ลดเลือนจุดดำหมองคล้ำ ก็ต้องใช้ Duo Bright คะ หาก ต้องการต่อต้านหรือลดเลือน
ริ้วรอยอย่งได้ผลก็ต้องใช้ Duo Young แค่เพียงเท่านี้ เราก้สามารถอวดผิวสวยและอ่อนเยาว์
ได้แล้วค่ะ
4.หลีกเลี่ยงการเผชิญแดดโดยตรง หากจำเป็นจำเป็นต้องเผชิญแดด ควรสวมเสื้อผ้าโทนสีเข้ม สวมหมวก ปีกกว้าง และสวมแว่นตากันแดดทุกครั้ง เพื่อป้องกันแสงแดด และปัญหา
ที่อาจจะตามมาได้ เช่น ฝ้า กระ ริ้วรอย และความหมองคล้ำ หรือมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย
5.อย่ารบกวนผิวมากเกินไป การรบกวนผิวมากเกินไปไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพผิวแต่อย่าง
ใดการล้างหน้าบ่อยเกินไป หรือขัดถูเช็ดผิวหน้าอย่างรุนแรงเพื่อให้มั่นใจว่าสะอาดเพียงพอ กลับเป็นการทำร้ายผิวแบบไม่รู้ตัวเพราะอาจทำให้ผิวมีริ้วรอยและหยาบกร้านได้ 
โดยเฉพาะคนที่ผิวแห้ง การล้างหน้าต้องทำอย่างนุ่มนวล เช็ดผิวอย่างเบามือ เพื่อป้องกันริ้วรอย
ก่อนวัย นอกจากนี้ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวด้วย
6.อาหารต่อต้านริ้วรอย วลีที่ว่า "You are...what you eat" นั้นเป็นจริงเสมอ ผู้เชี่ยวชาญได้ศึกษาพบว่าอาหารที่อุดมไปด้วยผัก ผลไม้ และอาหารไขมันต่ำ จะช่วยให้ผิว
พรรณแข็งแรงพอที่จะต่อต้านสิ่งที่จะมาทำลายผิวให้อ่อนแอ จนเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยได้ โดยเฉพาะแสงแดดภัยตัวฉกาจของการทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของคุณได้ ชนิดของ
อาหารที่แนะนำให้รับประทานก็คือ อาหารที่มีไขมันต่ำลดการรับประทานเนื้อแดงและของหวาน
ลง นอกจากนี้ก็ควรเพิ่มการรับทานผักใบเขียว ผลไม้ เมล็ดถั่วต่างๆ น้ำมันมะกอกที่ที่เป็นไขมันไม่
อิ่มตัว รวมทั้งเมล็ดธัญพืชต่างๆซึ่งอาหารดังกล่าวจะอุดมไปด้วยวิตามินที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
7.ใช้ชีวิตอย่างสมดุล ผู้ที่ทำงานหนัก อดหลับอดนอนหรือไม่มีเวลาสำหรับพักผ่อน นอกจาก
ร่างกายจะอ่อนล้าแล้วผิวพรรณก็หมองคล้ำเกิดริ้วรอย ดังนั้นควรพักผ่อนนอนหลับอย่างเพียง
พอจะช่วยให้ผิวพรรณสดใส ออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้ระบบโลหิตไหลเวียนดีขึ้น ทำให้ผิวหนัง
ได้รับสารอาหารและออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น หากจะให้ดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้นควรทำจิตใจให้สดใส
 อย่าเครียด ถ้ามีเวลานั่งสมาธิก็จะดีมิใช่น้อย

 

 

 


ล้างหน้า

 
ทาครีม

 
   

 

   
S  Sun Protecting Factor SPF (เอส พี เอฟ)
 

 

SPF (เอส พี เอฟ) ย่อมาจาก Sun Protecting Factor หรือเรียกง่ายๆว่า ค่าป้องกันแสงแดด ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากรังสี UVB โดยถ้าเราเคยตากแดดแล้วผิวไหม้ใน 15 นาที หากทาครีมที่มี 
SPF6 ผิวก็จะไหม้ในเวลา 6 เท่าคือ 90 นาที ถ้าSPF8 ก็จะกลายเป็น 120 นาที หรือ 2 ชั่วโมง 
ยังมีหลายๆคนเข้าใจผิดว่าการ ใช้ค่า SPF สูงๆจะสามารถป้องกันแสงแดดได้มากขึ้น แต่จริงๆแล้ว
มันไม่ได้ผันแปรตามค่าที่สูงขึ้นเลย ดูจากค่า SPF และปริมาณการดูดซับรังสี UVB พบว่า
ค่า SPF เท่ากับ8 จะดูดซับ UVB ได้ 87.5%
ค่า SPF เท่ากับ15 จะดูดซับ UVB ได้ 93.3%
ค่า SPF เท่ากับ20 จะดูดซับ UVB ได้ 95%
ค่า SPF เท่ากับ30 จะดูดซับ UVB ได้ 96.7%
ค่า SPF เท่ากับ45 จะดูดซับ UVB ได้ 97.8%
ค่า SPF เท่ากับ50 จะดูดซับ UVB ได้ 98%
ดังนั้น ค่า SPF ที่สูงมากขึ้นก็ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเท่าไหร่ แถมสิ่งที่ตามมาก็คือ
ราคาและความเหนียวเหนอะหนะเพิ่มมากขึ้น สารเคมีในครีมกันแดดประกอบไปด้วย สารไทเทเนียม
ไดออกไซด์ และซิงค์ออกไซด์ ซึ่งสารเคมีเหล่านี้เป็นสารทึบแสง ทำให้แสงแดดไม่กระทบถึงผิวหน้า 
วีธีเลือกใช้ครีมกันแดด 
1.กิจกรรมที่เราจะทำ เช่น คนที่ทำงานออฟฟิศ จะโดนแดดเฉพาะตอนกลางวัน ควรใช้ครีมกันแดดค่า 
SPF 15 ก็พอ สำหรับผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง หรือต้องออกแดดบ่อยๆ ควรใช้ครีมกันแดดค่า SPF 30 ขึ้นไป
2.ถ้าต้องทำ Activity ที่เกี่ยวข้องน้ำ เช่น การว่ายน้ำ หรือการออกกำลังกายที่มีเหงื่อออกมาก
ก็ควรจะทากันแดดที่กันน้ำได้ ที่สำคัญควรทาครีมก่อนลงน้ำครึ่งชั่วโมง จึงจะได้ผล
3.ควรทาครีมกันแดดซ้ำเมื่อต้องเผชิญแสงแดดจ้า ให้ทาซ้ำทุก 1 ชั่วโมงครึ่ง
4.ควรสวมหมวกและแว่นกันแดด เมื่อต้องเผชิญแสงแดด
5.สวมเสื้อผ้าที่สามารถป้องกันรังสีจากแสงแดด
6.ถ้าต้องออกนอกบ้านควรจะออกข้างนอกตอนเช้าหรือเย็น เพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดช่วง 10 โมงเช้า
ถึง 4 โมงเย็น สำหรับคนผิวขาวมาก ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงกว่าปกติ เพราะผิวขาว
จะเป็นผิวที่มีความไวต่อแสง มากกว่าผิวสีอื่น

ครีมกันแดดแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม Chemical sunscreens และ Physical sunscreen ลักษณะของการทำงานนั้นแบบ Chemical จะดูดซับรังสียูวีแทนผิว ในขณะที่แบบ Physical จะสะท้อนรังสีร้ายออกไป ไม่ให้ระคายผิวด้วยสารกลุ่มไทเทเนียมไดออกไซด์ 
(Titanium Dioxide) ซิงค์ ออกไซด์ (Zinc Oxide) เม็กโซริล เอสเอ็กซ์ (Mexoryl SX) 
สำหรับผลิตภัณฑ์ของ "เจนนี่ คอสเมติคส์" ทั้งชุด Nano Bright Day และ Nano Young Day มีส่วนประกอบของสารกันแดด SPF30 ที่ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าผิวของคุณได้รับการปกป้องผิวจาก
มลภาวะ รังสี UVA/UVB อันเป็นสาเหตุของการเกิด ฝ้า กระ จุดหมองคล้ำและริ้วรอยได้ตลอดทั้งวัน

 

 

 
แสงดวงอาทิตย์

 
   

 

   
T Toxic ท็อกซิค คือ
 

 

สารที่เป็นพิษ หรือให้โทษแก่ร่างกาย ซึ่งสารที่เป็นท็อกซิคมักให้โทษที่เป็นผลข้างคียงที่ไม่พึง
ปรารถนานั่นเองเช่นอาการ ผื่นแดง ปวดแสบปวดร้อน ทำให้เวียนศีรษะ อาเจียน หรืออาจรุนแรง
จนทำให้หายใจไม่ออกมีการหดเกร็งของทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ ซึ่งหากการแพ้
โดยการได้รับพิษเกิดขึ้นอย่างรุนแรงหรือได้รับปริมาณท็อกซิคเป็นจำนวนมาก ก็อาจทำให้ถึง
ขั้นเสียชีวิตได้

 

 

 


ผื่นแดงแพ้สารเคมี

 
การอาเจียน

 
   

 

   
U UV    UV รังสี
 

 

UVA เป็นรังสีคลื่นยาว ซึ่งความยาวคลื่น 320-400 nm. คลื่นรังสีนี้สามารถทะละทะลวง
ผ่านเข้าชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ได้ สามารถเข้าไปทำลายโครงสร้าง สร้างความเสื่อมโทรม
ให้กับคอลลาเจนและอิลาสตินเจนหมดความยืดหยุ่น ก่อให้เกิดความเหี่ยวย่นของผิวหนัง แต่ไม่ทำให้
เกิดการอักเสบของผิวหนัง เป็นผลก่อให้เกิดริ้วรอยขึ้นได้

UVB เป็นรังสีคลื่นสั้น ช่วงความยาวคลื่น 290-320 nm. เมื่อผ่านเข้ามาสัมผัสร่างกาย จะผ่านชั้น
หนังกำพร้าแล้วหนังแท้ด้านบนเข้าไปได้เท่านั้น ไม่สามารถเข้าลึกกว่านั้นได้ แต่รังสี UVB นั้นมีอยู่
มากและเป็นสาเหตุของการเกิดผิวไหม้อักเสบ เห็นได้จากใบหน้าเกิด ฝ้า กระ และความหมองคล้ำ

UVC เป็นคลื่นรังสีสั้น ช่วงความยาวคลื่น 200-290 nm. แสงช่วงนี้ส่วนใหญ่จะถูกดูดซับ
โดนก๊าซโอโซนในชั้นบรรยากาศส่งผลให้ร่างกายไม่ได้รับผลกระทบในรังสีชนิดนี้ แต่หากใน
อนาคต ชั้นบรรยากาศไม่สามารถดูดซับได้หมด เมื่อผิวถูกรังสี UVC มากๆ ก็ก่อให้เกิดโรค
มะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยกันปลูกต้นไม้ให้มาก เพราะ
ต้นไม้จะช่วยรักษาชั้นโอโซน ที่จะกรองรังสี UVC ให้มากระทบกับผิวของเราได้

 

 

 


UVAเครื่องมือวัดแสงยูวีเอ

 
UVAจากหลอดไฟ



UVAช่วงความยาวคลื่น 

 

 


UVBช่วงความยาวคลื่น

 
UVBรังสีกระทบชั้นผิว

 
UVCผลของยูวีซีต่อผิว

   

 

   
V Vitamin    วิตามิน
 

 

ปัจจุบันเราได้หันมาเอาใจใส่ในเรื่องของการดูแลสุขภ่พของตนเองมากขึ้นและในท้องตลาดมีการ
จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่างๆรวมทั้งวิตามินออกมามากมาย ทำให้หลายคนอาจสงสัย
ว่าวิตามินจำเป็นต่อร่างกายเพียงใด ถ้าขาดแล้วจะมีผลต่อร่างกายหรือไม่ 
"เจนนี่ คอสเมติคส์"  มีข้อมูลเกี่ยวกับวิตามินมาฝากค่ะ
วิตามิน (Vitamin) มาจากคำว่า Vita ซึ่งหมายถึง ชีวิต กับคำว่า Amin ซึ่งหมายถึง สารประกอบเคมีหรือสารอินทรีย์ ดังนั้น Vitamin จึงหมายถึง สารอินทรีย์ที่สำคัญต่อชีวิต
 (Vita for life) วิตามิน คือสารอาหารจำพวกหนึ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้เป็นปกติ 
วิตามินจะไม่ให้พลังงาน หรือเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อใดๆ แต่มีความสำคัญสำหรับร่างกาย
โดยทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ (coenzyme)คือทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์
ของสิ่งมีชีวิตวิตามินเป็นสารที่ร่างกายต้องการเพียงวันละน้อยเท่านั้น แต่มีความจำเป็นต่อการ
ทำงานของร่างกาย ตั้งแต่การหายใจของเซลล์ กานนำโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรท 
ไปใช้ในการสร้างเนื้อเยื่อ และผลิตพลังงานสำหรับการดำรงชีวิต นอกจากวิตามินยังเป็นสิ่ง
จำเป็นต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น การสร้างเม็ดเลือดแดง การแข็งตัวของเลือด 
การสร้างกระดูก การมองเห็น การทำงานของระบบประสาท วิตามินจึงเป็นสารสำคัญอย่างหนึ่ง
ซึ่งร่างกายจะขาดเสียไม่ได้

ประเภทของวิตามิน วิตามินแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก
1.วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค
2.วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบีรวม

ประโยชน์ของวิตามินแต่ละชนิด
วิตามินเอ (Retinol) ช่วยบำรุงสายตา และแก้โรคตามัวตอนกลางคืน ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยสร้างความต้านทานให้ระบบหายใจ ช่วยลดการอักเสบของสิวและช่วยลบจุดด่างดำ
วิตามินบี1 (Thiamin) ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยในการทำงานของระบบประสาท หัวใจ และกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรทไปใช้เป็นพลังงาน มีผลต่อการทำงาน
ของระบบประสาท หัวใจ และทางเดินอาหารอาการที่ปรากฎเมื่อขาดวิตามินบี1 คือ เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย ชาตามมือและเท้าแขนขาไม่มีแรง

วิตามินบี2 (Roboflavin) ช่วยในการเผาผลาญไขมันและกรดอะมิโนทริปโตเฟน เป็นส่วนประกอบสำคัญของสีที่เรตินาของลูกตา

วิตามินบี3 (Niacin) ช่วยรักษาโรคไมเกรน ลดความดันโลหิตสูง ช่วยในการเผาผลาญ
คาร์โบไฮเดรท และยังช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับความผิดปกติทางสมอง

วิตามินบี5 (Pantothenic acid) ช่วยสร้างฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต และภูมิคุ้มกัน ยังช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นช่วยในการเปลี่ยนไขมันเป็นน้ำตาล

วิตามินบี6 (Pyridoxine) ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือด ช่วยรักษาสภาพผิวหนังให้เป็นปกติ ยังช่วยร่างกายสร้างน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและช่วยในการเผาผลาญโปรตีน

วิตามินบี12 (Cobalamin) เป็นวิตามินที่จำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยในเรื่องของการทำงานของระบบประสาท ช่วยในการเจริญเติบโต

วิตามินซี (Ascorbic acid) ช่วยสร้างคอลลาเจน ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ช่วยสร้างภูมิต้านทานแก่ร่างกาย ช่วยในการสร้างผิวหนัง กระดูก และฟัน

วิตามินดี (Calciferol) ช่วยดูดซึมแคลเซียมซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเจริญของกระดูกและฟัน ควบคุมปริมาณแคลเซียมในร่างกาย 

วิตามินอี (Tocopherol) ช่วยการทำงานของระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และกล้ามเนื้อ ช่วยป้องกันการแตกสลายของเยื้อหุ้มเซลล์

วิตามินเอช (Biotin) ช่วยในการย่อยคาร์โบไฮเดรทให้เป็นกลูโคส ช่วยให้ระบบประสาททำงานปกติ ช่วยบำรุงผิวหนัง เส้นผม ตา และปาก
วิตามินเค (Phytonadione) ช่วยในการแข็งตัวของเลือด เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูก
วิตามินเอ็ม (Folic acid) เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างสารพันธุกรรม สร้างเม็ดเลือดแดง 
กรดแพนโทธีนิค ช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อผิวหนัง คุณภาพของผม อาการที่ปรากฎเมื่อขาดกรด
แพนโทธีนิคคือ อาการผมร่วง แผลหายช้า กล้ามเนื้อล้า 

 

   

 

   
W Wheat Hazel สกัดจากต้น Hamamelis 
 

 

สกัดจากต้น Hamamelis ซึ่งเป็นสมุนไพรของยุโรป มีสรรพคุณในด้านของการป้องกัน
การระคายเคืองซึ่งมักจะเป็นส่วนผสมอยู่ในกลุ่มผลิตภัณ์ความงามที่เหมาะกับผิวระคายเคืองง่าย
ประโยชน์ ของ Wheat Hazel ก็คือ 
1.ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้น
2.ช่วยทำให้ผนังของหลอดเลือดฝอยแข็งแรงและทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3.ใช้สมานผิว 

Wheat Hazelต้นวิชเฮเซล

 
   

 

   
X Xylitol ไซลิทอล  
 

 

ไซลิทอลบริสุทธิ์ จะมีลํกษณะเป็นผลึกสีขาว ซึ่งมีหน้าตาและรดชาดเหมือนน้ำตาล ซึ่งสำหรับไซลิทอล
ถูกจัดอยู่ในหมวดคาร์โบไฮเดรต สารไซลิทอลจะสามารถถูกดูดซึม และนำไปใช้ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
ไซลิทอลถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารนับตั้งแต่ปี 1960 เป็นต้นมา และเป็นสารที่ให้ความหวาน
ที่เป็นที่นิยมมากสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องการจะลดน้ำหนัก สำหรับในประเทศสหรัฐอเมริกา
แล้ว ไซลิทอลถือเป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาหารไปแล้ว ตลอดระยะเวลา25ปีที่ผ่านมา ได้มีการ
ทดสอบอย่างกว้างขวางถึงาสถานะของสารอาหารตัวนี้ว่าเป็น สารที่ให้ความหวานที่ดีที่สุดและดีที่สุด
ต่อฟันเมื่อเทียบกับสารที่ให้ความหวานอื่นๆ โดยไซลิทิลจะไปทำหน้าที่ลดการจับตัวของคราบหินปูน
ที่ฟัน และนอกจากนี้สารไซลิทิลยังถูกบรรจุอยู่ในหมากฝรั่งและขนมลูกกวาดอีกมากมาย
โดยเป็นตัวหลักของสารที่ให้ความหวานทั้งยังได้รับการยอมรับแล้วจากสมาคมทันตกรรมถึง 6 แห่ง

 

 

 


Xylitolลักษณะของไซลิทอล

   
   

 

   
Y Yoga    "เจนนี่" จะพาคุณไปทำความรู้จัก โยคะ กันค่ะ
 

 

คำว่า อาสนะ มาจากรากศัพท์ภาษาสันสกฤตว่า อาส ซึ่งหมายถึง มีอยู่ อาศัยอยู่ใน นั่งเงียบๆ อยู่อาศัย
พำนัก ตามคำศัพท์ อาสนะ หมายถึง การนั่งหรือนั่งในท่าใดท่าหนึ่งในเรื่องโยคะ อาสนะ 
หมายถึงท่าและตำแหน่งต่างๆในการฝึกโยคะ เช่น การยืนด้วยศีรษะ (ศีรษะอาสนะ)  ท่าดอกบัว
 (ปัทมอาสนะ) ฯลฯ อาสนะนับเป็นหนึ่งใน 8 แขนงของโยคะแบบดั้งเดิม ในตำราโยคะสูตร มีส่วนที่ว่าด้วยปรัชญาของโยคะ คือ"ปธังชลี" ซึ่งให้คำจำกัดความอาสนะด้วยคำ 2 คำ คือ เสถียร
และสุขุมเสถียร หมายถึง ความมั่นคง ความคงที่ ความแน่วแน่ โดยมาจากรากศัพท์ว่า
 สถ ซึ่งหมายถึงการยืนสุขุม หมายถึง การผ่อนคลาย สบาย ความสุข เมื่อจิตของกายอยู่ในสภาวะ
ที่ตรงข้ามกับเสถียรและสุขุม กล่าวคือ อยู่ในสภาวะไม่คงที่ จำกัด ร้อนรน และไม่มีสมาธิ 
จะทำให้เรามีแนวโน้มที่จะใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ขัดแย้ง เครียด และขาดความสุข
การฝึกโยคะช่วยสร้างความคงที่และผ่อนคลายที่สัมผัสได้ผ่านจิตของกาย อันจะก่อประโยชน์
ทั้งด้านสมาธิและชีวิตประจำวันโดยทั่วไป การฝึกโยคะนั้นต่างจากการอกกำลังกายแบบอื่นๆที่
เป็นที่นิยมกัน เช่น แอโรบิก ยกน้ำหนัก หรือวิ่ง อย่างสิ้นเชิง 
จุดประสงค์ของการฝึกอาสนะไม่ใช่การพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หรือความแข็งแรง
ของกล้ามเนื้อหัวใจ (แม้โยคะจะมีประโยชน์เช่นนั้นด้วยก็ตาม) แต่โยคะมีจุดประสงค์เพื่อ
ฟื้นฟูจิตของกาย ให้กลับมาสู่สภาวะความเป็นอยู่ที่ดี ผ่อนคลาย และตื่นตัวอยู่เสม การฝึกโยคะ
มีผลต่อจิตของกายในทุกๆด้าน เ